• ข่าว
  • ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับบุคลากร
  • ข่าว
  • ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับบุคลากร

ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับบุคลากร

นโยบายความเป็นส่วนตัว



ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงานและบุคลากร

บริษัท ออลล์ นาว โลจิสติกส์ จำกัด และ บริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จำกัด


1. บททั่วไป
บริษัท ออลล์ นาว  โลจิสติกส์ จำกัด และบริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จำกัด (เรียกรวมกันและแทนกันว่า “บริษัทฯ”)  ได้จัดทำประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงานและบุคลากร (“ประกาศฯ”) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบว่าบริษัทฯ มีการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือการดำเนินการอื่นใดกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (“การประมวลผล”) รวมถึงแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และระยะเวลาที่บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

2. ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯ
ชื่อบริษัท: บริษัท ออลล์ นาว โลจิสติกส์ จำกัด และบริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จำกัด
การประกอบธุรกิจ: ให้บริการโลจิสติกส์ (Logistics) ด้านการขนส่งและกระจายสินค้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการคลังสินค้า ด้านการออกแบบโซลูชั่น และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง
สถานที่ติดต่อ: 127 อาคารปัญจภูมิ 2 ชั้น 15 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120


3. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)
ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศฯ นี้ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อมูลดังนี้ 
อีเมล: allnow_dpo@allnow.co.th
สถานที่ติดต่อ: หน่วยงาน Data Protection Office บริษัท ออลล์ นาว โลจิสติกส์ จำกัด และบริษัท ออลล์ นาว แมนเนจเม้นท์ จำกัด
127 อาคารปัญจภูมิ 2 ชั้น 15 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

4. กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วย

  1. ผู้สมัครงาน ซึ่งหมายถึง บุคคลที่อาจได้รับคัดเลือกเป็นบุคลากรของบริษัทฯ โดยบุคคลดังกล่าวอาจเป็นผู้แสดงเจตนาด้วยตนเองเพื่อสมัครเป็นบุคลากรของบริษัทฯ หรืออาจเป็นกรณีที่บริษัทฯ เป็นฝ่ายเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานเอง
  2. บุคลากร ซึ่งหมายถึง บุคคลซึ่งทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ให้กับบริษัทฯ และได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ หรือค่าตอบแทนอื่นใดไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรจากบริษัทฯ เพื่อตอบแทนการทำงาน เช่น กรรมการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ พนักงาน บุคลากร ผู้ฝึกงาน หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน แต่ไม่รวมถึงผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการ พนักงานขับรถ และผู้ช่วยพนักงานขับรถซึ่งเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ 
  3. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงานและบุคลากร ซึ่งหมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงานและบุคลากรของบริษัทฯ และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เช่น บุคคลในครอบครัว บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง (Reference Person) และผู้รับผลประโยชน์

5. วิธีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  1. เก็บรวบรวมจากท่านโดยตรง เช่น
    • เมื่อท่านยื่นใบสมัครงาน ประวัติย่อ (Resume / Curriculum Vitae) และเอกสารประกอบการสมัครงานให้แก่บริษัทฯ ไม่ว่าโดยการ walk-in การสมัครงานที่บูธรับสมัครงาน หรือการสมัครงานผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัทฯ 
    • เมื่อท่านเข้าสัมภาษณ์งานหรือเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ 
    • เมื่อท่านส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏอยู่มาให้กับบริษัทฯ 
    • เมื่อท่านติดต่อกับบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะในรูปแบบลายลักษณ์อักษรหรือวาจา เช่น โทรศัพท์ อีเมล ไปรษณีย์ โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ การประชุมออนไลน์ การพบปะกันโดยตรง หรือโดยวิธีการอื่นใด
    • เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ ของบริษัทฯ
  2. เก็บรวบรวมโดยวิธีการอัตโนมัติ 
    บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยวิธีการอัตโนมัติ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดู นโยบายคุกกี้
  3. เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นหรือบุคคลภายนอก เช่น
    ในกรณีที่ท่านเป็นผู้สมัครงานหรือบุคลากร บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากแหล่งอื่นหรือบุคคลภายนอก เช่น บริษัทในกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เว็บไซต์สมัครงานของบุคคลภายนอก บุคคลอ้างอิงของท่าน บริษัทจัดหางาน หน่วยงานของรัฐ สถานศึกษา และ Social Media 

    ทั้งนี้ ในกรณีที่ท่านเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงานหรือบุคลากร (อาทิ บุคคลในครอบครัว บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง และผู้รับผลประโยชน์) บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากผู้สมัครงานหรือบุคลากร ไม่ว่าจากใบสมัครงานหรือเอกสารต่าง ๆ ที่ผู้สมัครงานหรือบุคลากรส่งมอบให้แก่บริษัทฯ หรือผู้สมัครงานได้ให้ข้อมูลของท่านไว้ในขณะเข้าสัมภาษณ์งานกับบริษัทฯ หรือโดยวิธีการอื่นใด

6. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ประมวลผลภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ ได้แก่

  1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล วันเกิด อายุ เพศ เลขประจำตัวประชาชน รูปถ่าย ลายมือชื่อ และสัญชาติ
  2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร อีเมล และ LINE ID 
  3. ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครงาน เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรม ประวัติการทำงาน ข้อมูลที่ปรากฏใน Resume/CV ตำแหน่งที่สมัคร เงินเดือนที่คาดหวัง ข้อมูลการสัมภาษณ์งาน หลักฐานหรือหนังสืออ้างอิงต่าง ๆ และข้อมูลที่ปรากฏในแบบประเมินผลการสัมภาษณ์ 
  4. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครงานหรือทำนิติกรรมต่าง ๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบแสดงผลการศึกษา หนังสือรับรองเงินเดือน สำเนาใบสำคัญการเกณฑ์ทหาร สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร สำเนาทะเบียนสมรส แบบแจ้งขออนุมัติเงินเดือนพนักงานใหม่และบรรจุเป็นรายเดือน แบบระบุนามผู้รับผลประโยชน์ แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน ข้อตกลงการว่าจ้างกรรมการ และหนังสือมอบอำนาจ 
  5. ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานและการประเมินผล เช่น รหัสบุคลากร ตำแหน่ง แผนก สังกัด สายการบังคับบัญชา วันที่เริ่มงาน วันครบกำหนดทดลองงาน วันและเวลาที่เข้าทำงาน จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน จำนวนชั่วโมงที่ทำงานล่วงเวลา วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลา บันทึกการเข้าออกบริษัทฯ บันทึกการใช้ระบบต่าง ๆ ของบริษัทฯ ผลการประเมินการปฏิบัติงาน พฤติกรรมในการทำงาน ผลงานและหรือรางวัลที่เคยได้รับ ข้อมูลการฝึกอบรม ข้อมูลการลงโทษทางวินัย ข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือโอนย้ายบุคลากร ใบลาออกจากการเป็นบุคลากร และเหตุผลที่ลาออก 
  6. ข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า เช่น ทะเบียนรถ ประเภทและข้อมูลเกี่ยวกับรถ รายการและจำนวนเที่ยวการขนส่งสินค้า เส้นทางการขับขี่ ข้อมูล GPS ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และบันทึกภาพผ่านกล้องติดรถขนส่ง
  7. ข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์และค่าตอบแทน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทน โบนัส รายละเอียดเกี่ยวกับค่าบำเหน็จ สวัสดิการ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันสังคม ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ข้อมูลด้านภาษีอากร ข้อมูลการหักลดหย่อนภาษี ข้อมูลสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพ และ/หรือผลประโยชน์อื่น ๆ แบบเบิกเงินยืมสวัสดิการ หนังสือยินยอมให้หักเงินเดือน ใบเสร็จรับเงิน และใบแจ้งหนี้ 
  8. ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน 
  9. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ศาสนา ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ (อาทิ ภาพจำลองลายนิ้วมือ และภาพจำลองใบหน้า) และความพิการ
  10. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น บันทึกเสียงการสนทนา และบันทึกภาพและจากผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) 

7. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

  1. บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ (รวมกันเรียกว่า “วัตถุประสงค์ที่กำหนด”)

ลำดับ

วัตถุประสงค์

ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

(ก)

เพื่อการรับสมัครงาน คัดเลือก สัมภาษณ์ และดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน

ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานที่แสดงเจตนาสมัครงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกบุคลากรของบริษัทฯ เช่น การพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครงาน และการนัดสัมภาษณ์งาน 

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงาน เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครงาน 

ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานจากบุคคลภายนอก เช่น เว็บไซต์รับสมัครงาน หรือบริษัทจัดหางาน (Recruiter) โดยการตัดสินใจของบริษัทฯ เอง (Own Initiative) เพื่อเสนอตำแหน่งงานให้แก่ผู้สมัครงาน บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากผู้สมัครงาน ซึ่งอาจดำเนินการผ่านทางบุคคลภายนอกที่เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานให้แก่บริษัทฯ

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลสุขภาพ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและทักษะความสามารถในการทำงาน บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากท่าน

(ข)

เพื่อการตรวจสอบยืนยันตัวตน

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อตรวจสอบยืนยันตัวตน เพื่อการสมัครงานหรือทำนิติกรรมต่าง ๆ

(ค)

เพื่อการติดต่อสื่อสาร

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อติดต่อสื่อสารในเรื่องต่าง ๆ

(ง)

เพื่อการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับจ้างงาน และการบรรจุบุคลากรเข้าทำงาน 

ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานหรือบุคลากร เพื่อจัดทำสัญญาจ้าง และสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นก่อนการเข้าทำสัญญาดังกล่าว เช่น การพิจารณาอนุมัติเงินเดือน สวัสดิการ และผลประโยชน์ใด ๆ ก่อนทำสัญญาจ้างหรือบรรจุเข้าเป็นบุคลากรของบริษัทฯ

ฐานความยินยอม: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของผู้สมัครงานหรือบุคลากร เช่น ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลสุขภาพ เพื่อพิจารณาความพร้อมในการทำงาน บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากท่าน

(จ)

เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรตามสัญญาจ้าง สัญญาแต่งตั้ง หรือสัญญาอื่นใด ซึ่งเข้าทำกับบริษัทฯ

ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติหน้าที่หรือทำงานตามขอบเขตที่ระบุในสัญญาจ้าง สัญญาแต่งตั้ง หรือสัญญาอื่นใด ซึ่งท่านได้เข้าทำกับบริษัทฯ เช่น การใช้และเปิดเผยชื่อ นามสกุล และข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในบัตรประจำตัวประชาชนของบุคลากร เพื่อยืนยันตัวตนในฐานะผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทฯ ในการลงนามในสัญญาหรือเอกสาร หรือการทำนิติกรรมใด ๆ ในนามของบริษัทฯ ตลอดจนการใช้และเปิดเผยชื่อของบุคลากรในประกาศ ใบอนุมัติ แบบฟอร์ม หรือเอกสารอื่น ๆ ของบริษัทฯ ตามขอบอำนาจหน้าที่ หรือส่วนงานที่บุคลากรดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบ

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจหรือการดำเนินการตามนโยบายของบริษัทฯ เช่น การเปิดสิทธิให้บุคลากรเข้าใช้งานระบบต่าง ๆ 

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของบุคลากร เช่น ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ และความพิการ เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน และการประกันสังคม สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมายการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม เช่น กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

(ฉ)

เพื่อการบริหารจัดการสวัสดิการและผลประโยชน์บุคลากร 

ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาจ้าง สัญญาแต่งตั้ง และสัญญาอื่น ๆ ซึ่งบุคลากรเป็นคู่สัญญา

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร เพื่อบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทฯ เช่น การจัดสรรสวัสดิการและผลประโยชน์ของบุคลากร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน และการประกันสังคม: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม

ฐานความยินยอม: กรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

(ช)

เพื่อการบันทึกเวลาการทำงาน และการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ

ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อจ่ายค่าจ้าง เงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทนและหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ตามสัญญาจ้าง สัญญาแต่งตั้ง และสัญญาอื่น ๆ ซึ่งบุคลากรเป็นคู่สัญญา

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: ในบางกรณี การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ เช่น การหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากร

ฐานความยินยอม: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของบุคลากร เช่น การใช้ข้อมูลชีวภาพ (ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลจำลองภาพใบหน้า) เพื่อใช้ในการบันทึกเวลาการทำงาน บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากบุคลากร

(ซ)

เพื่อการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรและบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคล 

(ฌ)

เพื่อการฝึกอบรมบุคลากร 

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ เช่น การฝึกอบรมตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เพื่อการจัดฝึกอบรมตามนโยบายของบริษัทฯ เช่น การจัดทำแผนการฝึกอบรม การลงทะเบียนเข้าร่วมการฝึกอบรม และการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(ญ)

เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เช่น การเลื่อนตำแหน่ง การลงโทษทางวินัย การเลิกจ้าง การลาออก และการเกษียณ 

ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง และสัญญาอื่น ๆ ซึ่งบุคลากรเป็นคู่สัญญา เช่น การจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่บุคลากรตามที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง ในกรณีที่บุคลากรลาออกหรือเกษียณจากการทำงาน

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ เช่น การดำเนินการตามกระบวนการเลิกจ้าง หรือการจ่ายค่าชดเชยกรณีเกษียณอายุ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น 

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรเพื่อประโยชน์ในการจัดการด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทฯ เช่น การจัดทำประวัติพนักงานสำหรับเป็นฐานข้อมูล การเลื่อนตำแหน่ง การลงโทษทางวินัยและบันทึกประวัติการถูกลงโทษทางวินัยของบุคลากร และการให้พ้นสภาพจากการเป็นบุคลากรของบริษัทฯ 

(ฎ)

เพื่อการโอนย้ายบุคลากร และการยืมตัวบุคลากร

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทฯ เช่น การโอนย้ายหรือยืมตัวบุคลากร 

ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เพื่อปฏิบัติตามสัญญาจ้าง สัญญาโอนย้ายพนักงานซึ่งมีบุคลากรเป็นคู่สัญญา หรือสัญญาอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน 

(ฏ)

เพื่อการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ เช่น การจัดกิจกรรมหรืองานสัมมนาให้แก่บุคลากร การลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม การมอบของรางวัล และการถ่ายภาพการเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อนำไปประมวลภาพและประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือบริษัทฯ ตามสื่อต่าง ๆ

ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

(ฐ)

เพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยและอุบัติเหตุ 

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ เช่น การจัดทำรายงานอุบัติเหตุตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และการฝึกอบรมตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัย และอุบัติเหตุตามนโยบายของบริษัทฯ เช่น การฝึกอบรมความปลอดภัยให้แก่บุคลากรของคู่ค้าหรือบริษัทคู่ค้าตามนโยบายของบริษัทฯ การเก็บข้อมูลความเร็วในการขับขี่เพื่อตักเตือนเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ และการวิเคราะห์และวางแนวทางป้องกันอุบัติเหตุ

(ฑ)

เพื่อการจัดการเรื่องร้องเรียน

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการเกี่ยวเรื่องร้องเรียน เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพการให้บริการของบริษัทฯ

(ฒ)

เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ เช่น กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของศาล หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานประกันสังคม กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมสรรพากร

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข: ในบางกรณี การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านเนื่องจากบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การแจ้งเกี่ยวกับโรคติดต่ออันตรายต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ

ฐานการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน และการประกันสังคม: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม

(ณ)

เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เช่น การสอบสวนและหรือการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การแจ้งความร้องทุกข์ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และหรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล

(ด)

เพื่อการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินและบุคคล

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เช่น การเก็บประวัติการเข้า-ออกคลังสินค้า หรือใช้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือเสียหายในทรัพย์สิน หรือใช้เพื่อติดตามเอาคืนทรัพย์สิน หรือเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการทำให้ทรัพย์สินสูญหายหรือเสียหาย 

ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบดูแล ป้องกัน หรือระงับเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

ฐานความยินยอม: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของบุคลากร เช่น การใช้ข้อมูลชีวภาพ (ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ หรือข้อมูลจำลองภาพใบหน้า) เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนก่อนเข้าสถานประกอบการหรือเข้าถึงระบบต่าง ๆ ของบริษัทฯ บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากบุคลากร

(ต)

เพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอันเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น

ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

(ถ)

เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ

บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์อื่นใดอันเป็นเหตุให้บริษัทฯ ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น หรือเมื่อบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

2. ในกรณีที่บริษัทฯ จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อการเข้าทำสัญญาหรือปฏิบัติตามสัญญาที่มีระหว่างบริษัทฯ กับท่าน การที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทฯ อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาที่มีกับท่านได้ ในกรณีนี้ บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

3. ในกรณีที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทฯ จะเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมา 

อย่างไรก็ดี หากท่านไม่ประสงค์ให้บริษัทฯ เก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและเป็นกรณีที่บริษัทฯ อาศัยฐานความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมในการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 3. ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำขอถอนความยินยอมของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

4. ในกรณีที่บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่กำหนด บริษัทฯ จะจัดให้มีประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และหรือมีหนังสือแจ้งไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ท่านควรศึกษาประกาศและหรือหนังสือดังกล่าวร่วมกับประกาศฯ ฉบับนี้ 

8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดให้แก่บุคคลและหน่วยงานดังต่อไปนี้

  1. บริษัทในกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  2. คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการในเรื่องต่าง ๆ เช่น การเก็บบันทึกข้อมูล การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม การชำระเงิน การประกันภัย การรับส่งไปรษณีย์ การรับส่งพัสดุ การจัดพิมพ์ การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัย การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์งานบริการ Contact Center การให้บริการระบบ GPS Tracking และกล้องติดรถขนส่ง การให้บริการแอปพลิเคชัน หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล และบริษัทประกันวินาศภัย 
  3. ที่ปรึกษาของบริษัทฯ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด 
  4. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล และกรมบังคับคดี เป็นต้น
  5. ลูกค้า คู่ค้า และคู่สัญญาของบริษัทฯ ที่ท่านเป็นผู้ติดต่อสื่อสารหรือเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือตำแหน่งของท่าน หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลังกัน
  6. บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ 
  7. ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัทฯ จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน

บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทฯ จะทำให้มั่นใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และในบางกรณี บริษัทฯ อาจขอความยินยอมจากท่านก่อนการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

9. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนด แนวปฏิบัติของบริษัทฯ และในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด (ถ้ามี) ตลอดจนอายุความตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ธุรกรรมหรือนิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวหากกฎหมายอนุญาตหรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัทฯ

หลังจากครบกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทฯ จะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการจัดเก็บหรือออกจากระบบของบริษัทฯ และบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัทฯ (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่บริษัทฯ จะสามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไปได้ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อและสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 3. ของประกาศฯ ฉบับนี้

10. สิทธิต่าง ๆ ของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 3. ของประกาศฯ ฉบับนี้

  1. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ท่าน 
  2. สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น 
  3. สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  4. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
  5. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  6. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  7. สิทธิขอถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัทฯ อาศัยความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้กับบริษัทฯ ได้
  8. สิทธิร้องเรียน หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทฯ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 3. ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทฯ ได้ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นคำร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

11. การเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้
บริษัทฯ อาจเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ จะแจ้งประกาศฯ ฉบับปรับปรุงให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นระยะ

ให้ประกาศฯ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565